กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ธุรกิจ งาน / เลือกซื้อครีมรกแกะอย่างไร ให้ได้คุณภาพดี
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 06 ธันวาคม 2018, 09:24:09 AM »
หากพูดถึงครีมที่ได้รับการตอบรับที่ดีมายาวนาน และได้ชื่อว่าเป็นสารสกัดที่ขึ้นชื่อในเรื่องคงความอ่อนเยาว์ให้ผิวหน้า เชื่อว่าเราจะต้องนึกถึงครีมรกแกะ
ครีมรกแกะในปัจจุบันนี้มีมากมายหลายยี่ห้อ เช่น joliena plus ซึ่งจะเลือกใช้ยี่ห้อใดนั้น ก็ควรศึกษาและหาแหล่งซื้อที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
พอยิ่งอายุมากขึ้น การจะให้ผิวเนียนนุ่มเด้งแบบผิวเด็ก เป็นไปได้ยาก แต่ครีมรกแกะเป็นสกินแคร์ที่ช่วยเรื่องฟื้นฟูผิวให้กลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้น ผิวอิ่มฟูแบบได้รับการบำรุงมาอย่างเต็มที่
ครีมรกแกะที่ดี นอกจากรกแกะจะต้องเข้มข้นที่คัดพิเศษแล้ว ก็ยังต้องมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิว ให้นุ่มชุ่มชื้น เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวแห้งลอก และคนที่มีปัญหาผิวอ่อนแอโดยที่เนื้อครีมบางเบา ไม่เหนอะหนะผิว ทำให้เหมาะ
กับสภาพอากาศบ้านเรา
ครีมรกแกะที่ดี ควรอัดแน่นไปด้วยสารอาหารวิตามินหลายชนิด ซึ่งวิตามินที่ว่านี้ ถือเป็นอาหารสำหรับผิวของเรามากๆ และรกแกะจะต้องมีโมเลกุลที่เล็กกว่าเซลล์ผิวมนุษย์ จึงทำให้ซึมเข้าสู่ผิวชั้นในได้ดี ทำให้ผิวเนียน นุ่มลื่น รู้สึกผิวกระชับได้ตั้งแต่ครั้งแรก ที่ได้รับการบำรุง
นอกจากนี้แล้ว ตัวครีมจะต้องปราศจากสารเคมี ไม่มีส่วนผสมที่อันตราย หรือพาราเบน ทำให้คนผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ โดยไม่ต้องกลัวแพ้ ส่วนประกอบของครีมรกแกะที่ดี ควรมีดังนี้
รกแกะพรีเมียม ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว
น้ำแตงกวา ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวไม่แห้งตึง
ผงไข่มุก ช่วยปรับผิวให้แลดูกระจ่างใส
Coenzyme Q10 เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระต่างๆ
เมล็ดองุ่น ช่วยต่อต้านฝ้า กระ บนใบหน้า
Lanolin (น้ำมันขนแกะ) ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ
Vitamin E ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่
นอกจากนี้ เนื้อครีมควรค่อนข้างบางเบาทำให้เกลี่ยง่าย ไม่มันเยิ้ม ไม่ข้นจนหนืด ทาแล้วไม่รู้สึกเหนอะหนะผิว ซึมไว ทำให้ผิวรู้สึกผ่อนคลาย
ครีมรกแกะที่ดี เมื่อใช้ไปอย่างต่อเนื่องถึง 1 สัปดาห์ ควรสังเกตเห็นความแตกต่างได้ และในการเลือกที่มีประสิทธิภาพ ก็อย่าลืมนำเคล็ดลับในการเลือกครีมรกแกะที่เรานำมาฝากไปลองใช้นะคะ
2
ธุรกิจ งาน / การให้อาหารปลา สำหรับการเลี้ยงปลา
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 03 ธันวาคม 2018, 07:52:28 PM »
หากเรามองย้อนไปถึงวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมและการประกอบอาชีพที่มีมาตั้งแต่อดีต เชื่อว่าการเลี้ยงปลาจะต้องเป็นหนึ่งในอาชีพที่หลายคนนึกถึง
ปลา แม้ว่าจะเป็นปลาที่ตัวเล็กหรือมีขนาดใหญ่ ก็ล้วนแล้วแต่จะต้องกินอาหารทั้งสิ้น อาหารที่ปลากินเข้าไปใช้สำหรับเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโตและแข็งแรง ส่วนที่เหลือใช้ ปลาจะเก็บไว้ในรูปของไขมัน
อาหารที่ใช้สำหรับเสริมสร้างร่างกายมีความสำคัญเป็นอันดับแรก หากอาหารสำหรับเสริมสร้างร่างกายไม่พอเพียง การเจริญเติบโตก็จะมีไม่ได้ ฉะนั้นจึงเห็นได้ว่า การเลี้ยงปลานั้นเราต้องการให้ปลาอยู่สงบเงียบ หากปลาถูกรบกวนหรือตกใจ ใช้พลังงานมากขึ้น นั่นย่อมหมายความว่าปลาต้องใช้อาหารในการเสริมสร้างร่างกายเพิ่มขึ้น และมีอาหาร สำหรับการเจริญเติบโตน้อยลง
อาหารของปลาแตกต่างกันไปตามอายุ กล่าวคือ
- ระยะแรก ภายหลังจากที่ฟักออกจากไข่ ลูกปลาจะยังไม่กินอาหาร แต่จะใช้อาหารจากถุงไข่ที่ติดมากับตัว ระยะเวลาการใช้อาหารในถุงไข่จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำ
- ระยะที่ 2 เป็นระยะที่ลูกปลาจะเริ่มกินอาหารก่อนที่อาหารในถุงไข่จะใช้หมดไป ลูกปลาในระยะนี้ทุกชนิดกินอาหารคล้ายกัน คือ กินแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ เช่น ไรน้ำ และสาหร่าย ขนาดเล็ก ตามด้วยลูกกุ้ง ปู ตัวอ่อนแมลง หนอนแดง และระยะที่ปลาโตเต็มวัย ปลาจะเปลี่ยนมากินอาหารตามชนิดที่ต้องการ คือ กินพืช กินเนื้อ กินทั้งพืชและสัตว์ หรือกินแพลงก์ตอน และเศษเน่าเปื่อยของพืชและสัตว์
นิสัยการกินอาหารของปลา
ปลาที่นำมาเลี้ยงส่วนใหญ่กินอาหารไม่เลือก นิสัยการกินอาหารของปลาใหญ่จะแตกต่างกันไปตามปริมาณ และชนิดของอาหารที่มีอยู่ในสภาวะแวดล้อมนั้นๆ และอาจเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลซึ่งขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของอาหารที่มีอยู่ ณ ที่นั้น
นิสัยการกินอาหารของปลาแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับความสามารถทางสรีรวิทยาที่เสาะหาอาหาร ลักษณะดังกล่าวจะเห็นได้ชัดในพวกปลากินเนื้อ ซึ่งมีปากตรง มีฟันที่จะจับอาหาร และกลืนกินโดยไม่ขบเคี้ยว ส่วนปลาที่ไม่กินเนื้อ เช่น ปลาไน มักมีปากกว้าง ทำการขุดคุ้ยอาหาร และทำให้ละเอียดก่อนกลืนกิน ปลาแต่ละชนิดจะหาอาหารที่มีอยู่ตามแหล่งชั้นน้ำต่างๆ กัน คือ ปลาที่หากินผิวน้ำ เช่น ปลาลิ่น ปลาที่หากินกลางน้ำ เช่น ปลาช่อน และปลาที่หากินตามพื้นที่ก้นบ่อ เช่น ปลาดุกด้าน ปลาพวกนี้มักจะพบโคลนตม เศษเน่าเปื่อยของอินทรียสารอยู่ในกระเพาะอาหาร
ลักษณะการกินอาหาร และอาหารของปลาที่เลี้ยงใน กระชังบก หรือเลี้ยงลักษณะใดก็ตาม ผู้เลี้ยงจะต้องทำความเข้าใจ และเลือกอาหารอย่างถูกต้องด้วย นอกจากนี้ยังต้องเข้าใจในลักษณะการกินของชนิดปลาที่ตนเลี้ยงเป็นอย่างดี
3
เรื่องของ โต๊ะเก้าอี้นักเรียน โดยปกติเป็นเรื่องที่เราเห็นประจำคือว่าจะเน้นที่สีสันและลวดลายมากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นลวดลายอักษรไทยหรือว่าลวดลายจากการ์ตูนเพื่อจูงใจให้เด็กมีความอยากนั่งทำการบ้านมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากที่หลายๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาตรวจสอบโต๊ะนักเรียนทั้งหลายสำหรับเด็กเล็กนั้นทำให้ทราบว่ามีการปนเปื้อนของสารตะกั่วจากลวดลายที่ปรากฏบนโต๊ะนักเรียนนั้นเอง ที่มีค่าสารตะกั่วสูงเกินมาตรฐานซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของเด็กนอกเหนือจากโต๊ะแล้วยังมีอันตรายจากสารตะกั่วจากสีที่ผาผนังอาคารคือ โต๊ะนักเรียน ที่จะมีตัวพยัญชนะไทย อังกฤษ และตัวเลขสำหรับการจดจำของเด็กๆ
 เจ้าโต๊ะที่ปนเปื้อนสารตะกั่วเกินมาตรฐานนั้นไม่ได้มีแต่เพียงในโรงเรียนแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นในบ้านของเด็กๆทั้งหลายนั้นผู้ปกครองทุกคนยังนิยมในการที่ซื้อหามาใช้ในบ้านด้วยเพราะว่าลูกๆชื่นชอบในลวดลายและสีสันนั้นเอง ราคาก็มีตั้งแต่ราคา 200 ถึง 1,000 บาท วางจำหน่ายในร้านเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปตามย่านการค้าใหญ่ๆ และในห้างสรรรพสินค้า ซึ่งบอกได้เลยว่าสามารถที่จะหาซื้อได้ง่ายมาก ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วพบว่าสีโต๊ะเก้าอี้ที่ใช้เขียนหนังสือซึ่งมีภาพหรือตัวอักษร มีผลดังต่อไปนี้
1. สีของภาพหรือตัวอักษรบนโต๊ะและเก้าอี้นักเรียน เมื่อทำการขูดรวมสีและหาค่าสารตะกั่วต่อน้ำหนักทั้งหมด มีค่าสารตะกั่วสูงกว่ามาตรฐานกำหนดร้อยละ 89
2. สีเคลือบโลหะ ซึ่งใช้เคลือบโครงของโต๊ะและเก้าอี้นั้น  มีผลสารตะกั่วสูงกว่าค่ามาตราฐานกำหนดร้อยละ 33
3. แผ่นพลาสติก ที่ใช้ทำที่รองนั่งของเก้าอี้ ไม่พบสารตะกั่วสูงกว่าค่ามาตรฐานกำหนด
   ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อโต๊ะนักเรียนให้กับลูกหลานหรือว่าในสถานศึกษาก็ตามนั้นอย่าเน้นไปที่ราคาถูกมากจนเกินไปเพราะว่าอาจจะตามมาด้วยการปนเปื้อนของสารตะกั่วจากสารเคลือบและตัวอักษรได้เพื่อสุขภาพอนามัยเด็ก ความปลอดภัยในเด็ก ส่วนพ่อแม่ ผู้ปกครองควรเลือกซื้อโต๊ะเขียนหนังสือด้วยความระมัดระวัง ให้มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยก่อนทำการซื้อหรือว่าซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือในเรื่องของความปลอดภัยได้และสำหรับท่านที่ซื้อมาแล้ว แต่ไม่มั่นใจว่าโต๊ะมีการปนเปื้อนของสารตะกั่วหรือไม่ วิธีแก้ปัญหาอย่างง่าย อาจหาพลาสติกใสแผ่นใหญ่หุ้มโต๊ะเพื่อกันไม่ให้เด็กขูดขีดจนสีล่อนออกมาเท่านี้ก็ป้องกันได้หรือว่าหากใช้งานไปแล้วสีลอกไม่ควรใช้ต่อเพราะว่าเด็กเล็กอาจจะหยิบเข้าปากได้เป็นอันตรายมาก
4
หากคุณเดินทางด้วยเครื่องบิน และต้องการเก็บสัมภาระจำนวนมากไปกับคุณในการเดินทางครั้งนั้นๆ ด้วย กระเป๋าเดินทางแบบล้อลากก็เหมาะสมกับคุณ
กระเป๋าเดินทางนั้นมีให้เลือกมากมาย ทำมาจากหลายวัสดุ มีคุณภาพแตกต่างกันออกไป กระเป๋าเดินทางราคาถูก ที่มีคุณภาพดีก็มีมากมายเช่นกัน คุณจะต้องเลือกให้มีคุณภาพ และมีขนาดเหมาะสมกับคุณ
กระเป๋าเดินทางแบบล้อลากที่คนนิยมเลือกใช้กันจะมีให้เลือกสองแบบ คือ
1. Soft Case
แบบ Soft Case นั้น จะทำมาจากวัสดุจำพวกผ้า ยืดหยุ่นได้ดี เก็บของได้จำนวนมาก มีหลากหลายสี และหลากหลายลวดลายมากกว่าแบบ Hard Case
2. Hard Case
แบบ Hard Case จะทำมาจากวัสดุไฟเบอร์ มีข้อดีคือผลิตจากวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน ทนต่อแรงกระแทก เป็นทรงไม่ยุบง่ายเหมือนกระเป๋าผ้า กันน้ำ กันฝุ่นได้ดี ทำความสะอาดง่าย และเพิ่มความปลอดภัยให้กับสัมภาระภายในได้มากในการเดินทาง
เลือกกระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก แนะนำว่าเลือกขนาด 26 นิ้วก็พอใส่สัมภาระได้สบายๆ อย่างน้อยก็ 3-5 วัน นอกจากนี้ ยังมีส่วนที่สำคัญที่คุณจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีคุณภาพก่อนซื้อ คือ
- ล้อ ล้อต้องใช้งานได้ดีในทุกทิศทางที่ควรจะเป็น ควรเลือกกระเป๋าแบบ 4 ล้อ เพราะจะช่วยผ่อนแรงเวลาเคลื่อนที่ได้ดีกว่า
- ซิป ต้องแข็งแรง รูดง่าย
- หูหิ้วและคันชัก ควรเป็นแบบยึดเกาะติดกับตัวกระเป๋า ยืดหดได้เป็นอย่างดี จับได้ถนัดมือ คันชักแข็งแรง ทนทาน
- สายรัด ช่วยรัดสัมภาระของคุณให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นสัดส่วน
การจะดูว่าคุณจะเลือกกระเป๋าที่ทำจากวัสดุแบบใด แบบแข็งหรือแบบอ่อนนั้น ควรดูที่ความชอบ และการใช้งานร่วมด้วย หากคุณต้องการการปกป้องที่ดีกว่า และมั่นใจจากการโจรกรรมที่มากกว่าในการเดินทางครั้งนั้นๆ ก็ควรเลือกเป็นแบบแข็ง แต่ถ้าต้องการใส่ของได้มากเต็มพื้นที่ และชอบแบบที่มีลวดลายสวยงาม ให้ความรู้สึกหรูหรา ก็อาจเลือกเป็นแบบอ่อน หรือแบบ Soft Case แทน แต่ไม่ว่าจะแบบไหน กระเป๋าเดินทางแบบล้อลากก็เป็นตัวช่วยที่ดีในการเดินทางของคุณได้อย่างแน่นอน
5
แฟชั่น เสื้อผ้า / ตัดทรงผมแบบไหนเหมาะกับสาวหล่อกันนะ
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2018, 06:51:18 PM »
เรื่องของเสื้อผ้า การแต่งหน้า หน้าและผมเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้คนแต่ละคนออกมาดูเป็นแบบไหนดูดีหรือไม่ เรื่องของทรงผมก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสาวหล่อของเราที่จะต้องไว้ทรงผมที่ค่อนข้างจะยากกว่าหนุ่มๆทั่วไปไม่งั้นอาจจะดูเป็นสาวไปและดูไม่แมนได้ ซึ่งถามว่าสมัยนี้ไม่ว่าจะเสื้อผ้าอย่าง เสื้อกล้ามทอม หรือว่าทรงผมมันมีเยอะแยะมากมายจนเราเลือกไม่ถูกหรือไม่ บอกได้เลยว่ามันมีเยอะจนไม่สามารถที่จะนับได้เลยว่ามันมีกี่ทรงกันนะ วันนี้จึงถือว่าเป็นโอกาสดีเป็นอย่างยิ่งที่เราจะมีโอกาสในการที่จะมาแนะนำทรงผมของสาวหล่อที่นิยมในการที่จะตัดกันมากมาแนะนำกันดีกว่า

ทรงผมแบบที่ 1  ทรงผมสั้นไถเกรียนด้านข้าง ยาวด้านบน
ถ้านึกภาพกันไม่ออกลองนึกถึงทรงของนักแสดงชายในเรื่องพี่มากพระโขนงกันสิ ถึงบางอ้อกันเลยทีเดียว บอกได้เลยว่าทรงนี้นึกหน้าตอน มาริโอ้ เมาเร่อ ไว้ผมแล้วนำมาเป็นแบบในการที่จะตัดให้สาวหล่อของเรามันจะต้องเข้ากันแน่ อย่าลืมว่าจะต้องเป็นด้านบนสูงนะแต่ถ้าด้านบนเกรียนติดหนังหัวแบบนี้เราว่ามันไม่ได้แน่นอนจะดูเหมือนนักโทษฝากขังมากกว่าไม่เหมาะกับทอม

ทรงผมแบบที่ 2  ทรงผมสั้นเสยตั้ง
ทรงนี้หากพูดถึงแล้วนึกไม่ออกก็ให้นึกถึงนักร้องที่ชื่อว่าซี ภูวรินทร์ (ภูวรินทร์ คีแนน) ซึ่งเป็นสาวหล่อเช่นกัน พูดไปพูดมาทรงนี้ถือว่าเป็นทรงที่ค่อนข้างจะได้รับความนิยมสำหรับสาวหล่อก็ว่าได้เพราะว่าทั้งการตัดที่ง่าย และดูแลที่ไม่ต้องอาศัยการเซ็ทผมแบบหลายขั้นตอนอะไร เหมาะกับสาวทอมทุกคนที่ยังนึกไม่ออกว่าเราควรทำทรงผมทรงไหนให้แมน ตัดแล้วไม่ดูน่าเกลียด แต่ยกเว้นสาวหล่อที่น่าเหลี่ยมนั้นทรงนี้ไม่แนะนำเท่าไหร่  คะแนนทรง

ทรงผมแบบที่ 3ทรงผมแบบค่อนข้างยาว และเซ็ทให้ชี้
 ทรงนี้จะได้รับค่านิยมมาจากหนุ่มเกาหลีนั้นเอง ทำให้ดูไม่แมนมากจนเกินไปแต่ว่าเข้ากับใบหน้า โดยตัดให้ความยาวของเส้นผมจะอยู่ที่ประมาณ 3 – 4 นิ้ว ซอยทั้งหัว แล้วจัดทรงให้ ชี้ๆ ทรงนี้และอาจจะต้องใช้การเช็ทผมเข้ามาช่วยเวลาจะออกไปไหนมาไหนก็ตาม

ทรงผมแบบที่  4 ทรงผมทอมผมสั้น ซอยแบบเกาหลี
เหมาะกับสาวหล่อที่อยากได้ทรงแบบน่ารักสไตล์หนุ่มเกาหลีได้เลย โดยให้ความยาวของเส้นผมจะอยู่ที่ประมาณ 2 – 3 นิ้ว ตัดสั้นและซอยทั้งหัว แต่ไม่จัดทรงให้ชี้ๆ เหมือน ทรงแบบที่ 3 เหมาะมากในการตัด ดูแลง่านไม่ต้องเซ็ทด้วย 
6
ธุรกิจ งาน / มีสุขอนามัยที่ดี ชีวีก็ยืนยาว
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 04 พฤศจิกายน 2018, 08:53:40 AM »
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มุ่งมั่นในการดูแลตนเอง และปรารถนาที่จะมีสุขภาพที่ดี และดูสวย ดูหล่อ อ่อนกว่าวัยอยู่เสมอแล้วล่ะก็ นอกจากการดูแลเสริมแต่งจากภายนอกแล้ว สิ่งที่สำคัญที่คุณจะต้องยึดถือปฏิบัติอยู่เสมอก็คือการดูแลตนเองจากภายใน
การดูแลตนเองจากภายใน และภายนอกที่จะช่วยให้คุณมีสุอนามัยที่ดี และมีชีวิตที่ดี ยืนยาวขึ้นได้ สามารถปฏิบัติได้ดังนี้
1. อาบน้ำและแปรงฟันให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อสุขอนามัยที่ดีของร่างกาย ไม่สะสมเชื้อโรค อันจะทำให้เกิดโรคตามมาได้
2. กินอาหารที่สะอาด อย่างน้อยวันละ 3 มื้อ และทานให้ครบ 5 หมู่ การทานอาหารสะอาดช่วยป้องกันโรค และการทานอาหารครบ 5 หมู่ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย
3. ออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 3 วัน วันละไม่เกิน 30 นาที การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้แข็งแรง กระฉับกระเฉง ระบบร่างกายทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยนำพาออกซิเจนเข้าสู่สมอง ทำให้สมองปลอดโปร่งได้อีกด้วย
4. ดื่มน้ำต้มสุก หรือน้ำสะอาด อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ช่วยรักษาสมดุลในร่างกาย ช่วยระบบย่อยอาหาร และช่วยให้ขับของเสียต่างๆ ออกจากไต และออกจากร่างกายได้อีกด้วย
5.พักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง การพยายามนอนหลับให้เป็นเวลา และทำกิจกรรมระหว่างวัน จะช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น การพักผ่อนเพียงพอช่วยให้ปลอดโปร่งแจ่มใส
6. งดสิ่งเสพติด
7. ดูแลบ้าน เรือน ของใช้ เสื้อผ้าให้สะอาด น่าใช้ เพื่อสุขอนามัยที่ดี และมีอากาศปลอดโปร่ง
8. ตรวจสุขภาพให้ถ้วนถี่ปีละครั้งถึงสองครั้ง เพื่อเป็นการเช็คสุขภาพ
9. ฝักใฝ่ธรรมะ มีใจเมตตา มีจิตใจดีต่อสิ่งรอบข้าง ช่วยให้อารมณ์แจ่มใสตลอดเวลา
10. รักษาลักษณะภายนอกของร่างกายให้ดีอยู่เสมอ เช่น รักษาฟันให้สวยงาม ถ้าผมร่วงก็หา แชมพูแก้ผมร่วง มาใช้ หรือหาวิธีรักษา เป็นต้น
11. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือของมึนเมา
การดูแลตนเองอย่างดีทั้งภายในและภายนอก เป็นเหมือนสิ่งที่จะช่วยให้คุณผ่านพ้นช่วงต่างๆ ของชีวิตไปได้อย่างมีความสุข และช่วยชะลอวัยให้กับคุณได้อย่างมาก รู้อย่างนี้แล้ว ก็มาเริ่มดูแลสุขอนามัยของตนเองกันตั้งแต่วันนี้ด้วยกันนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดี ชีวีที่ยืนยาว และมีความสุขได้ทุกช่วงของชีวิต
7
เฟอร์นิเจอร์ / การแต่งบ้านแบบประหยัดให้ดูดี
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 25 ตุลาคม 2018, 08:10:35 AM »
การออกแบบตกแต่งบ้านของแต่ละบ้านนั้นมีความแตกต่างกัน เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจบ้านเราในสภาวะปัจจุบันที่มีแต่ปัญหา จากเดิมที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยในตอนนี้ก็คงต้องใช้เงินอย่างประหยัดกันแล้ว การจะเลือกซื้อของก็ต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ การแต่งบ้านก็เหมือนกันควรเลือกซื้อแต่ของที่จำเป็น และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง เพราะความงามในศิลปะการตกแต่งภายในบ้านนั้นเกิดจากองค์ประกอบหลัก การเลือกวัสดุที่เหมาะสมเลือกใช้สัดส่วนที่พอดีสามารถที่จะเลือกได้จาก โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีแบบให้เลือกหลากหลายและมีราคาที่ถูกกว่าร้านปกติอีกด้วย นอกจากนี้เรายังมีแนวการตกแต่งบ้านแบบประหยัดมานำเสนอดังนี้

1. มีการวางแผนเพื่อไม่ให้งบประมาณบานปลาย เพราะตกแต่งบ้านมักจะบานปลาย วิธีแก้ปัญหาคือการจัดงบประมาณที่ชัดเจนและกำหนดเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งตามรายการที่เรากำหนด แยกเป็นรายการให้ชัดเจน กำหนดราคาขึ้นเองตามความเป็นไปได้ให้ครบทั้งบ้านแล้ววางแผนการซื้อไม่ให้นอกเหนือจากรายการ การแต่งบ้านแบบพอเพียงจึงจะได้ผลเป็นอย่างดี หรืออีกวิธีคือการปรึกษาผู้รู้ก็จะได้ความงามอย่างลงตัว และงบประมาณจะไม่บานปลาย

2. จัดบ้านให้สะอาดในที่นี้หมายถึงการใช้แสงที่เหมาะสมมีแสงจากธรรมชาติเข้ามาในอาคารตามจังหวะที่เหมาะสมการจัดพื้นที่ไม่ระเกะระกะจนเกินไปควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีองค์ประกอบครบถ้วนและสามารถใช้งานได้ในชิ้นเดียว

3. การจัดพื้นที่ต้องคำนึงถึงการใช้สอยของเจ้าของบ้านมีทางสัญจรที่คล่องตัวดูไม่เกะกะมีการเรียงลำดับก่อนหลังตามการใช้งาน เช่น ห้องนอนตู้เสื้อผ้าต้องอยู่ใกล้ห้องน้ำ แบ่งโซนภายในห้องอย่างชัดเจน พื้นที่ก็จะเกิดประโยชน์จะไม่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ที่สำคัญควรเลือกซื้อบ้านให้สอดคล้องกับจำนวนคนอยู่อาศัย

4. ควรเลือกซื้อของที่สวยแต่ราคาต้องไม่แพง เป็นของที่คนไทยคิดเองทำเองมีดีไซน์ที่แปลกตา หลากหลายที่จัดว่าเป็นแหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์แต่งบ้านที่ดี อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ก็สนุกไปอีกแบบสำหรับการค้นหาเฟอร์นิเจอร์ที่เราต้องการ

5. ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับการใช้งานและสามารถที่จะออกแบบตกแต่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถที่จะใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้จริง
8
นอกจากผลไม้แล้วยังมีผักที่จะสามารถที่จะช่วยในเรื่องของการดูแลผิวพรรณได้  เรื่องของความสวยความงามเป็นสิ่งที่ยอมกันไม่ได้จริงๆ ใครต่างก็อยากได้รับคำชมว่าหน้าเด็กกว่าวัยใครมาทักว่าหน้าแก่อาจจะถูกเกลียดไปตลอดชาติหรือว่าอาจจะโดนตบก็เป็นได้ ดังนั้นจะทำยังไงเล่าที่จะทำให้ ปัญหาเรื่องของรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย และรอยตีนหามันหมดไปได้ ดังนั้นคงจะต้องดุในเรื่องของอาหารเสริม เช่น อาหารเสริม boom ที่ช่วยในเรื่องผิวได้ แต่สำหรับคนที่มีปัญหาในเรื่องของเงินทองการที่เราจะหาซื้อของเหล่านี้มาใช้รับประทานมันอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่ ดังนั้นลองมาดูผักใกล้ตัวดีกว่าว่าตัวไหนที่จะสามารถที่จะรับประทานแล้วทำให้สุขภาพผิวพรรณมันดี อีกทั้งยังอ่อนเยาว์ เปล่งปลั่ง 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าลืมการออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่ไปด้วย เพราะว่านอกจากอาหารก็ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ส่งผลต่อผิวแล้วเรื่องของการนอนหลับพักผ่อนและการออกกำลังการก็สำคัญยิ่ง วันนี้ลองมาดูในเรื่องของผักที่จะแนะนำให้รับประทานเพื่อสุขภาพผิวที่ดีกันดีกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นที่กล่าวมาทั้งหมดคือ แนวทางเบื้องต้นเท่านั้น

1. บรอคโคลี่ เป็นผักอีกหนึ่งชนิดที่คนนิยมในการที่จะนำมาปรุงอาหารมากอีกชนิดหนึ่ง อีกทั้งยังมีประโยชน์กับผิวอีกด้วย เพราะว่าอุดมไปด้วย  ซีลีเนียม ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น นุ่มนิ่ม มีน้ำมีนวล ลบริ้วรอยเหี่ยวย่นได้อีกด้วย
2. ถั่ว อาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน เหล็ก วิตามินบี สาวๆคนใดก็ตามที่หากจะต้องการที่จะมีหุ่นสวยเพรียว ไม่มีไขมันส่วนเกินแล้วละก็แนะนำให้ทาน ถั่วอีกทั้งยังสามารถที่จะลดความอ้วนได้ด้วย เพราะว่าทำรู้สึกอิ่มเร็วและอิ่ม-นานความอยากอาหารจะลดลง เพราะว่าไพเบอร์เข้าไปเคลือบกระเพราะเอาไว้ ดังนั้นจึงมีประโยชน์ทั้งในด้านความสวยและลดความอ้วน
3. ผักโขม  โดยมากคนไทยจะรู้จักกับเมนูผักโขมอบชีส ในการทานมากว่านำมาทำเมนูอื่น ซึ่งการผักโขม นั้นมีประโยชน์กับผิวมากเพราะว่ามีลูทีนซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระแถมยังกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้  มีกลูต้าไธโอนสูง ทำให้การทานบ่อยๆจะทำให้ผิวสวย ขาวใส
4. หน่อไม้ฝรั่ง อุดมไปด้วยสารกลูต้าไธโอน ลูทีน เมื่อทานบ่อยๆทำให้ผิวขาวมีออร่า
5. ถั่วลันเตา อุดมไปด้วย กรดอัลฟาไลโปอิคซึ่งช่วยผลิตกลูต้าไธโอนซึ่งทำให้ผิวขาวและยังช่วยชะลอความแก่ได้
9
อุตสาหกรรม เครื่องจักร / ติดกระจกอย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ย
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 02 ตุลาคม 2018, 09:52:00 PM »
การสร้างบ้านการตกแต่งบ้านเป็นเรื่องที่คนต่างให้ความสำคัญ เพราะว่าบ้านคือที่อยู่อาศัยที่เราจะต้องอยู่อาศัยไปทั้งชีวิตดังนั้นเรื่องของการที่เราจะดูเรื่องของการสร้างอาคาร การออกแบบ การจัดวาง การจัดการเกี่ยวกับบ้านจึงพิถีพิถันมาเป็นพิเศษอยู่แล้ว โดยอาจจะลงรายละเอียดไปถึงว่าจุดไหนในบ้านคุณเสริมควรทำอะไร ควรติดอะไรที่จะทำให้ชีวิตของคุณอยู่เย็นเป็นสุข แถมยังนำพาโชคลาภเข้ามาสู่ชีวิตของคุณและครอบครัวด้วย  โดยเฉพาะเรื่องของกระจกบอกได้เลยว่ามันค่อนข้างจะมีวามสำคัญมากเลยในการที่จะติดหรือไม่ติดกระจก หรือว่าติดจุดใดที่จะส่งผลดีหรือว่าจะส่งผลร้ายกันเลยทีเดียว
อย่างที่เข้าใจกันนั้นแหละว่าสำหรับการที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักฮวงจุ้ยไม่ใช่เรื่อง่ายและยังมีความเข้าใจผิดกันอยู่มาก การติดกระจกไม่สามารถติดกระจกได้ในทุกที่ ดังนั้นวันนี้ลองมาดูดีกว่าพื้นที่ตรงไหนบ้างที่ไม่ควรที่จะติดกระจก
1. ไม่ควรในการติดกระจกตรงข้ามกับประตูหน้าบ้าน เพราะว่าประตูบ้านคือ จุดศูนย์รวมของพลังงานเมื่อติดกระจกตรงกันข้ามเท่ากับสะท้อนพลังงานออกไปทางประตูเสียหมด ไม่ได้นำพาโชคลาภเข้ามาสู่บ้านแต่อย่างไร ยิ่งมีกระจกยิ่งสะท้อนเอาสิ่งดีๆออกไปแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก ดังนั้นภาพรวมคือ จุดตรงนี้คือจุดต้องห้ามจุด
2. ไม่ติดกระจกบริเวณจุดอับ รก จุดที่ร้อน หรือว่าภาพบริเวณที่ไม่ค่อยดี หรือว่าบริเวณเหลี่ยมหรือว่ามุมต่างๆ เพราะว่ากระจกนั้นแหละจะเป็นตัวสะท้อนสิ่งไม่ดี ไม่ติดให้สะท้อนห้องน้ำ ซึ่งถือว่าคือ จุดอับของบ้านและไม่ติดบริเวณห้องครัวด้วย
4. ไม่ติด กระจกเทมเปอร์ บริเวณจุดอับ จุดสิ้นสุดทางเดิน หรือว่าทางขึ้นลงบันได เพราะว่าหนึ่งเลยอาจจะทำให้เกิดอันตรายจากการเวียนหัว หรือในทางหลักฮวงจุ้ยคือ เหมือนกับการตัดพลังลงไป
5. อย่าติดกระจกในห้องนอนอย่างเด็ดขาด เพราะว่าจะทำให้นอนไม่หลับ โดยเฉพาะบริเวณเตียงนอน และยังส่งผลต่อชีวิตคู่ นั้นคือหลักฮวงจุ้ยแต่ทางในหลักความจริงอาจจะทำให้เกิดการตื่นตกใจกลังในเวลากลางคืนเมื่อมองกระจกด้วย
6. ไม่ควรที่จะมีกระจกที่แตกหรือว่าร้าวเข้ามาในบ้านอย่างเด็ดขาด เพราะว่าจะส่งผลต่อชีวิตรักและยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ต่อเพื่อนบ้านอีกต่างหาก 
10
คือคนอื่นที่ทำงานรับดูแลผู้สูงอายุได้ไม่นานก็จะต้องลาออกไปจากงานนี้เพราะว่ามันคงจะทำไม่ได้หรือว่าอาจจะมีความอดทนไม่พอเรานั้นไม่ทราบหรอกว่ามันมีปัญหาอะไรแบบไหนยังไงบ้างแต่เท่าที่เรานั้นดูมาส่วนมาก็ออกไปหลายคนที่อยู่ได้ส่วนมากก็สั่งสมประสบการณ์ในการทำงาน หลินจือมิน จนสามารถที่จะอัพเงินเดือนให้สูงขึ้นได้เลยแหละเรานั้นเห็นมามากแล้วส่วนมากคนที่เป็นวัยรุ่นส่วนมากจะทำงานนี้ได้ไม่นานอาจจะเป็นเพราะว่าที่มันไม่มีความอดทนเท่าไหร่อีกทั้งงานที่จะต้องทำมันดันซ้ำซากและจำเจมากเลยทำให้เราเองเห็นคนลาออกมาจากการรับดูแลผู้สูงอายุเสียมากเรานั้นอายุก็ไม่ได้เยอะนะแต่เรานั้นเป็นคนหนึ่งที่ทำงานนี้ได้มีคนหลายคนมาถามเรานั้นว่าทำไมจึงทำใจรับงานนี้ได้เรานั้นบอกได้เลยว่าเงินไงพอเรานั้นอยากได้เงินเดือนที่มากเรานั้นจะต้องยอมในการแลกแน่นอนเลยทำใจกับรับดูแลผู้สูงอายุแล้วไม่อยากที่จะเอามาเครียดอะไรด้วย
หน้า: [1] 2 3 ... 10

SMF 2.0.4 | SMF © 2011, Simple Machines