กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
อาหาร / ใช้ mana skincare มา 1 สัปดาห์แล้วไม่แพ้เลย
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 11 กรกฎาคม 2018, 07:04:45 PM »
หลังจากตัดสินใจในการที่จะใช้มาร์กหน้า mana skincare ยี่ห้อนี้เพราะดูแล้วกำลังได้รับความนิยมในท้องตลาดใครใครที่มีปัญหาใบหน้าแห้งอย่างเราเป็นคนที่มีสภาวะใบหน้าแห้งต้องการที่จะตื่นความนุ่มความชุ่มชื่นให้กับใบหน้าเค้าการันตีมาเลยว่าการที่เราจะใช้ผลิตภัณฑ์ mana skincare ตัวนี้นั่นแหละจะทำให้ใบหน้าของเราได้รับความชุ่มชื้นโดยตรงนอกจากการที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ mana skincare มาเป็นหลักแล้วการที่จะทานอาหารเข้าไปช่วยในเรื่องของภายในด้วยก็ไปด้วยก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งเรียกว่าสวยทั้งภายในและภายนอกจึงเป็นเรื่องจำเป็นดังนั้นเราจึงตัดสินใจในการปรับเปลี่ยน การดำรงชีวิตในเรื่องของการรับประทานอาหารควบคู่ไปกับการที่จะดูแลใบหน้าอย่างจริงจังก่อนนอนแล้วก็จะมาร์กหน้า อย่างเป็นประจำและสม่ำเสมอเพื่อให้ใบหน้าฟื้นขึ้นจากเดิมจากใบหน้าแห้งเมื่อไปวัดค่าความชุมชื่นของใบหน้าก็พบว่ามีความชุ่มชื่นเพิ่มมากกว่าเดิมหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์มาร์กหน้า ยี่ห้อนี้
2
โต๊ะครู แม้ว่าจะไม่ใช่โต๊ะที่ถูกใช้งานตลอดทั้งวัน แต่ก็มีความสำคัญ และจะต้องเลือกอย่างเหมาะสม แม้ว่าจะต้องทำงานอยู่ที่โต๊ะเพียงวันละ 1-2 ชั่วโมงก็ยังคงต้องเลือกให้เหมาะสม

ทั้งนี้เพราะการนั่งโต๊ะที่มีขนาดเหมาะสม จะช่วยส่งเสริมทั้งในด้านของการทำงาน และในเรื่องของสุขภาพของผู้ใช้งาน โดยสามารถพิจารณาเลือกได้ดังนี้

พื้นที่การทำงานสูงสุด
คือบริเวณพื้นที่ทำงานที่ผู้ใช้หรือผู้ปฏิบัติงานสามารถเหยียดแขนทั้งสองข้างกวาดเป็นรูปครึ่งวงกลมสองวงซ้อนทับกัน โดยมีหัวไหล่เป็นจุดหมุน  ระยะที่วัดคร่าวๆจะเท่ากับระยะจากปลายนิ้วถึงหัวไหล่ในขณะที่แขนเหยียดตรง สำหรับขนาดของโต๊ะที่เหมาะสม ควรมีความกว้างประมาณ 60-75 เซนติเมตร และมีความยาวประมาณ  150-160 เซนติเมตร

ระยะห่างของโต๊ะ
ในการเลือก โต๊ะครู ควรคำนึงถึงในเรื่องของระยะห่างระหว่างโต๊ะด้วย แม้ว่าอาจจะมีการจัดโต๊ะครูติดกัน แต่ในส่วนของโต๊ะที่ต้องเว้นช่องว่าง ควรมีช่องว่างที่เหมาะสมที่จะไม่กระทบต่อการเข้าออก หรือการทำงาน ควรเว้นระยะห่างประมาณ 60 -90 เซนติเมตร

ขนาดของตัวชิ้นงานที่ต้องทำ
งานของครู นอกจากการเตรียมสอนแล้ว ยังต้องมีงานในอีกหลายส่วน ซึ่งบางครั้งอาจต้องทำสื่อการเรียนการสอน หรือชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ ขนาดของชิ้นงานก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการกำหนดขนาดของโต๊ะ จะต้องเลือกโต๊ะที่สามารถทำชิ้นงานขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวกบนพื้นที่ของโต๊ะ

สถานภาพของผู้ใช้  
สถานภาพของผู้ใช้ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ขนาดของโต๊ะมีความแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ขนาดของโต๊ะของผู้บริหาร หรือครูระดับสูงจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าขนาดโต๊ะของครูทั่วไป ทั้งนี้เพื่อแสดงถึงสถานภาพของผู้ใช้ที่แตกต่างกันเป็นต้น  สำหรับขนาดของโต๊ะผู้บริหารปกติจะมีความกว้างประมาณ 90-100 เซนติเมตร ยาวประมาณ  160-180 เซนติเมตร เป็นต้น

การเลือกโต๊ะครูที่มีขนาดเหมาะสมกับการทำงานนี้ นอกจากจะช่วยให้ได้ผลงานที่ดีที่สุดแล้ว ยังช่วยให้นั่งได้อย่างถูกท่าอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย
3
ธุรกิจ งาน / ศัตรูของคนชอบไปสักคิ้วคือความมันมือของเราเอง
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 17 มิถุนายน 2018, 08:15:24 PM »
ก่อนที่เราจะตัดสินใจในการที่จะทำการสักคิ้วนั้นเราเองจะต้องคิดและพิจารณามาอย่างดีและรอบคอบมากที่สุดเลือกช่างที่ดีที่สุด เลือกร้านทำคิ้วให้มันดีที่สุดแล้ว เพื่ออะไรเพื่อที่จะได้ผลงานในการที่จะสักคิ้วที่ออกมาสวยที่สุด งดงามให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุด คิดหลักการง่ายๆคือ การสักคิ้วคือการลงทุนเพื่อความสวยงามของเรา การดูแลหลังจากที่ลงมือสักให้ดีและถูกต้องจะทำให้คิ้วที่สวยที่เราสักอยู่กับเราอย่างคงทนและถาวรนั้นเอง

อย่าลืมนะว่าอุตสาห์ลงทุนในการจ้างช่างที่ฝีมือดีมากทำคิ้วให้สวยแล้ว แต่ขาดการดูแลให้ดีภายหลังจากสัก ซึ่งช่วงที่สำคัญที่สุดหลังจากสักคิ้วมาคือ ช่วงสองอาทิตย์หลังจากสัก ดังนั้นจึงสามารถที่จะสรุปได้ว่าการลงทุนในการที่เราจะไปทำการสักคิ้วหรือไปเรียนใน โรงเรียนสอนสักคิ้วสามมิติ มาแล้วนั้น การดูแลหลังจากทำมาแล้วสำคัญยิ่ง ฝีมือตอนทำการสักมีผลประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ การดูแลหลังจากการสักมีผลอย่างยิ่งให้คิ้วออกมาสวยตั้ง 40 เปอร์เซ็นต์ คิดดูเอาเองแล้วกันว่าเราจะต้องดูแลอย่างไร

1.อย่าเพิ่งดึงเอาผ้าใสที่พันทับไว้ออก ทิ้งเอาไว้ก่อน เพราะว่าการสักคิ้วใหม่แผลยังคงสดมาก อาจจะเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโรค ฝุ่น แบคทีเรียได้ ระยะเวลาที่ควรทิ้งแผลให้มีความหนืดคือ 2 – 4 ชั่วโมงจึงค่อยแกะออก
2. งดทำความสะอาดคิ้ว ไม่ควรโดนน้ำบริเวณคิ้ว 4-5 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้คิ้วลอกเมื่อสัมผัสน้ำ เพื่อการสัมผัสน้ำในช่วงแรกอาจะทำให้สีไม่สม่ำเสมอเพราะว่าสีคิ้วที่ลงยังไม่ติดทนนานก่อน ดังนั้นควรงดสัมผัสน้ำไปก่อน
3. ไม่สัมผัสคิ้ว ไม่แคะ ไม่ลูบ ไม่แกะไม่เกา เพราะว่าศัตรูของคิ้วสวยหลังจากการสักคือความมันมือของเรา ท่องเอาไว้ในใจว่าเกา สะเก็ดหลุดออกมาก่อนเวลา สีจะไม่ติด
4. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลรอยหลังจากสักคิ้ว สมัยมีมีผลิตภัณฑ์วางขายทั่วไปเลย นอกจากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหลังจากทำการสักแล้วยังมีที่ผสมวิตามินขาย ลดการระคายเคือง ลดการตึงหลังจากสักอีกด้วย ควรหลีกเลี่ยงพวกวาสลีน
5. งดการตากแดดแรงเป็นเวลานาน เพราะว่าแสงยูวีทำให้คิ้วลอกออกไปได้ ควรทากันแดดทุกครั้งเมื่อออกไปสัมผัสแสงแดดด้วย
4
 ประเภทหนังวัว และหนังแกะ มีการดูแลรักษาที่ไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะหลังการใช้งานแล้วควรทำความสะอาดก่อนทุกครั้งก่อนทำการเก็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากระเป๋าเปียกน้ำควรทำให้แห้งโดยเร็ว ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน หรือปล่อยให้แห้งเอง ไม่ควรเก็บในขณะที่หนังยังคงชื้นอยู่เพราะจะส่งผลให้หนังเสื่อมเร็วขึ้น เมื่อตากจนแห้งแล้วให้นำมาเช็ดให้สะอาดอีกครั้ง และใช้น้ำยาเคลือบหนัง ทาเคลือบผิวหนังบางๆ ทิ้งไว้ประมานครึ่งชั่วโมงแล้วให้เช็ดออกให้สะอาด จากนั้นให้เก็บรักษาไว้ในถุงกันฝุ่น หากมีถุงดูดความชื้น ก็สามารถใส่ลงไปในถุงกันฝุ่นได้เช่นกัน เพื่อป้องกันการเกิดรากับกระเป๋าใบโปรด

ประเภทหนังฟอกฝาด ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของ กระเป๋าแบรนด์ ประเภทนี้คือ ความเป็นธรรมชาติ ที่สวยงามตามกาลเวลายิ่งใช้นาน สีหนังจะยิ่งเข้มขึ้น สวยขึ้น หนังประเภทนี้มีความแข็งแรง ทนทาน เป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการใช้งาน สำหรับการดูแลรักษาไม่ต่างกับกระเป๋าหนังแท้ทั่วไป แต่ควรระวังเพราะเป็นหนังที่ไม่ถูกกับน้ำเช่นเดียวกับประเภทหนังกลับ เมื่อหนังประเภทนี้ถูกน้ำจะทำให้สีเข้มขึ้น การใช้งานกระเป๋าหนังประเภทฟอกฝาด ควรระวังเรื่องเปื้อนสิ่งสกปรก เพราะจะทำความสะอาดได้ยาก สำหรับเคล็ดลับทำให้กระเป๋าหนังฟอกฝาดสีสวย อาจจะต้องใช้ครีมสำหรับทำความสะอาดและเคลือบผิวเฉพาะหนังฟอกฝาดเท่านั้น เพราะนอกจากสีที่สวย เข้มขึ้น ยังทำให้ผิวสัมผัสของหนังฟอกฝาดนุ่มขึ้น และป้องกันน้ำได้ระดับหนึ่ง

ประเภทหนังกลับ สำหรับการดูแลแล้วต้องมีความพิเศษไม่เหมือนหนังประเภทอื่น เป็นหนังที่ควรป้องกันไม่ให้ถูกน้ำ ทั้งนี้สามารถเลือกใช้สเปรย์สำหรับกันน้ำบนผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ได้ และควรใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันรอยด่างคุณภาพสูง ด้วยหนังกลับนั้นมีเส้นขนละเอียดอ่อน เราจึงจำเป็นต้องใช้ครีมสำหรับเครื่องหนังโดยเฉพาะ เพื่อให้ความชุ่มชื้นกับตัวหนัง เพื่อยืดอายุการใช้งานและคงความสวยงามได้ยาวนาน หนังกลับนั้นมีเสน่ห์ในสีของหนัง ยิ่งใช้นาน ยิ่งเงาและสีเข้มสวยขึ้น สำหรับเจ้าของกระเป๋าที่ชื่นชอบการหอบสัมภาระกระเป๋าหนังประเภทนี้ ไม่ควรบรรจุสิ่งของสัมภาระมากเกินความจำเป็นเพราะอาจจะส่งผลให้หนังเกิดความยืดหยุ่น ทำให้กระเป๋าเสียรูปทรงได้ 

ประเภทหนังแก้ว มีความโดดเด่นตรงผิวของหนังที่มันวาว เพราะมีการเคลือบสารที่ทำให้หนังมีความวาว การดูแลรักษาหนังประเภทนี้ ควรระวังเรื่องรอยขีดข่วน การทำความสะอาดควรเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดหนังแก้วโดยเฉพาะ สามารถหาซื้อได้ตามร้านทั่วไป แต่การดูแลทำความสะอาดที่ง่ายที่สุดสามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นพอหมาดแล้วเช็ดทำความสะอาดได้ หรืออาจจะผสมสบู่ที่มีฤทธิ์อ่อนเช็ดทำความสะอาดได้เช่นกัน วิธีนี้เหมาะกับคราบสกปรกที่ไม่มาก และไม่ติดแน่น แต่มีข้อควรระวังคือ รอยเปื้อนหมึก และรอยขีดข่วนต่างๆ เพราะจะทำความสะอาดได้ยาก เนื่องจากหนังแก้วมีคุณสมบัติดูดสี ดังนั้นเราไม่ควรจัดเก็บกระเป๋าหนังแก้วไว้กับกระเป๋าหนังสีอื่น เพราะอาจทำให้สีของกระเป๋าผิดเพี้ยนไปได้
5
ในเมื่อเราชอบทางด้านนี้เราก็ตัดสินใจในการที่จะ เรียนทำเล็บ แบบไม่ลังเลเสียใจอะไรเราเองเราจะชอบทางด้านนี้ตั้งใจที่จะมาเรียนแล้วเราคิดว่าในอนาคตเมื่อเราเรียนครบทุกหลักสูตรแล้วมีความพร้อมทางด้านการเงินในการที่จะเปิดร้านเราเองก็จะเปิดร้านแบบพี่บอกแต่ในตอนนี้เราพิจารณาตัวเราเองแล้วเราไม่มีความพร้อมทางด้านการเงินในการที่จะเปิดร้านเป็นของตัวเองอย่างมากมีเงินตอนนี้ก็แค่เอามากสำหรับการที่จะเรียนทำเล็บได้เท่านั้นเรียนเราเองในเมื่อคิดว่าจะเรียนแล้วก็จะเรียนให้ครบทุกหลักสูตรเมื่อเรียนครบแล้วเมื่อนั้นเราเองอาจจะมีความพร้อมทางด้านการเงินมาก กว่านี้เราว่ามันน่าจะได้หากว่าเรายังไม่พร้อมทางด้านการเงินแล้วดันทุลังไปเปิดร้านเราว่ามันจะทำให้เกิดหนี้สินเราเปล่าเราเองสมควรที่จะเก็บเงินให้ได้ตามที่ต้องการแล้วค่อยเปิดร้านไม่ใช่ว่าไปกู้หนี้ยืมสินมาแล้วมาเปิดแบบนั้นมันจะสร้างความหนักใจให้เราได้เมื่อมันไม่มีลูกค้าตามที่เราได้วางแผนไว้เพราะเราจะไม่มีเงินส่งธนาคารจึงตัดสินใจว่าในตอนนี้ขอเรียนทำเล็บก่อนเรื่องเปิดร้านเป็นเรื่องของอนาคต
6
เสริมสวย สุขภาพ / ดูแลหน้าตาให้ใสด้วยผลไม้ใกล้ตัว
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 08 มีนาคม 2018, 06:54:27 PM »
เวลาที่เห็นใครที่มีอายุมากๆแล้วแต่ใบหน้าของเค้ายังดีอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงอยู่อย่างนั้น มันทำให้เราตั้งคำถามอยู่ในใจเสมอว่า มีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้เค้าดูเด็กและดูดีเสมอ ทั้งที่จริงแล้วถามว่าถ้าเราลงทุนกับเครื่องสำอาง ครีม suwanan ครีมบำรุง ก็ลงทุนไปเยอะแต่ไม่มีความขาวหรือว่าเปลี่ยนแปลงในเรื่องของผิวพรรณได้เลย อันที่จริงเรามีของดีใกล้ตัวที่เรามองข้ามไปก็คือผลไม้บ้านเราเมืองเราที่หาไม่ยากเลย เอามาลองทำสูตรในการมาร์คหน้าง่ายๆรับรองว่าได้ผล

มีเทคนิคในการทำนิดหน่อยคือ พยายามเลือกผลไม้ที่สด ไร้สารเคมี หากปลูกเองได้จะดีมากๆ

น้ำผึ้งผสมมะนาว  ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้เข้ากันโดยใช้น้ำผึ้ง 1 ถ้วยเล็กผสมกันน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา นำมาพอกหน้าแล้วนวดทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด  มะนาวมีกรด AHA ช่วยในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วให้หลุดลอกอีกง่ายยิ่งขึ้น ช่วยผลัดเซลล์ผิว อีกทั้งตัวยน้ำผึ้งที่ผสมไปเพียงเล้กน้อยจะช่วยให้ใบหน้านุ่มชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

แตงกวา ไข่ไก่ มะนาว นำส่วนผสมทั้งสามชนิดมาปั่นรวมกันโดย ไข่ไก่ใช้เฉพาะไข่ขาวไข่แดงสามารถนำไปทำขนมได้ นำไปพอกหน้า ใช้เวลา 15 นาทีเช่นเดียวกันล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้จะช่วยกระชับรูขุมขน อีกทั้งช่วยให้เนียนเรียบ ไม่หยาบกร้าน

กล้วยกับน้ำผึ้ง เหมาะสมกับคนที่มีลักษณะผิวที่ค่อนข้างจะแห้ง สูตรนี้ต้องผสมกล้วยกับน้ำผึ้งและนี้อุ่นและพอกทิ้งไว้ใช้เวลา 15 – 20 นาที รับรองคนที่มีผิวแห้งจะได้ความชุ่มชื้น

น้ำมะเขือเทศ ไม่ต้องผสมอะไรเลยแค่นำมาพอกบนใบหน้าประมาณ 10 นาทีรับรองได้เลยว่าได้ผล ทดลองได้ง่ายๆว่าถ้าวันไหนเราออกแดดไปเกิดอาการแสบร้อนที่ผิวใช้น้ำมะเขือเทศช่วยได้มะนาว มะขามเปียก และน้ำผึ้ง ใช้มะขามเปียกแกะเส้นและใยออกให้หมดใช้ประมาณ 1 กำมือมะนาว น้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อน  นำมาพอกหน้าอย่างน้อย 10 นาที ทำเป็นประจำ หรือสัปดาห์ละ 2 ครั้ง สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกออกง่าย

ฟักทองต้มสุก ผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย นำมาพอกหน้าประมาณ 10 -15 นาที เช่นเดียวกัน  ในฟักทองมีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินเอ  สามารถช่วยเติมอาหารให้ผิวหน้าให้ชุ่มชื้นและอ่อนเยาว์ได้จริงๆ
7
น้ำเปล่า เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญในการดำรงชีวิต และเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย เพราะในร่างกายของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก การได้รับน้ำอย่างเพียงพอ จึงทำให้ผิวสวย หน้าใส และสุขภาพดีอีกด้วย ถือเป็นสุดยอดสิ่งที่ช่วยในการบำบัดของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

เพียงแค่การดื่มน้ำเปล่าในปริมาณเพียงพอ และรู้จักดื่มในเวลาที่เหมาะสม ก็ช่วยคืนผิวที่มีสุขภาพดี และมีผิวที่แข็งแรงให้กับคุณได้มากแล้ว เป็นการฟื้นบำรุงผิวจากภายในที่มีความยั่งยืนกว่า และช่วยสนับสนุนให้การบำรุงดูแลจากภายนอกมีประสิทธิภาพ และเห็นผลได้ง่ายขึ้น โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

- การดื่มน้ำ คุณควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตร
- ดื่มทันทีที่ตื่นนอนก่อนแปรงฟัน โดยดื่มให้ได้ปริมาณ 160 มิลลิลิตร หรือประมาณ 4 แก้วกาแฟทรงเตี้ย
- หลังจากแปรงฟันไปแล้ว 45 นาที สามารถดื่มน้ำได้ตามปกติ
- หลังจาก 15 นาที เมื่อทานอาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็นแล้ว ให้งดดื่มหรือทานอะไรอีกในช่วงเวลา 2 ชั่วโมง
- ผู้ที่ไม่สามารถดื่มน้ำได้ในปริมาณ 4 แก้วเมื่อตื่นนอน ให้เริ่มต้นดื่มเท่าที่คุณทำได้ และเพิ่มปริมาณขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งสามารถดื่มได้
- การดื่มน้ำในวิธีนี้ ช่วยบำบัดโรคต่างๆ ได้ เนื่องจากเป็นการปรับสมดุลน้ำในร่างกาย ให้สอดคล้องกับการทำงานของอวัยวะภายใน สุขภาพก็จะดีขึ้นได้
- นอกจากผิวหน้า หากต้องการบำบัดโรคที่เป็นอยู่ และสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง สดใส ควรดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายทุกวัน
- น้ำเย็น เป็นเครื่องดื่มที่สร้างความสดชื่นให้กับร่างกายได้อย่างดี ช่วยให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า และคลายร้อนได้ดีมาก แต่คุณไม่ควรดื่มน้ำเย็นหลังจากมื้ออาหาร เพราะน้ำเย็นที่ดื่มเข้าไปจะทำให้ไขมันในอาหารที่เราเพิ่งทานเข้าไป จับตัวเป็นก้อน ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ช้าลง และเมื่อตะกอนเหล่านี้ทำปฏิกิริยากับกรดจะแตกตัว และถูกดูดซึมเข้าลำไส้ได้เร็วมาก ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้ หลังมื้ออาหารคุณจึงควรซดน้ำซุบร้อนๆ หรือทานน้ำอุ่น น้ำอุณหภูมิห้องจะดีที่สุด

น้ำเปล่าที่สะอาด มีประโยชน์ต่อสุขภาพและผิวของเรามากมายขนาดนี้ ผลิตภัณฑ์ oradol ก็ขอเชิญชวนทุกคนที่รักการดูแลสุขภาพและดูแลผิวมาดื่มน้ำกันมากๆ นะคะ ยิ่งดื่มน้ำมากๆ และใช้ผลิตภัณฑ์ oradol serum ซีรั่มเสารสสีทองที่มีประสิทธิภาพแบบนี้ด้วยแล้ว ผิวสวยๆ หน้าใสๆ คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ
8
ธุรกิจ งาน / สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกบริการทำเล็บ
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2018, 08:33:49 PM »
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบในการทำเล็บ เพ้นท์เล็บ หรือเทคนิคเล็บแบบอื่นๆ และต้องการเลือกร้านที่ให้บริการคุณได้อย่างตรงใจที่สุด ก็จะต้องพิจารณาเลือกให้ดี

การทำเล็บในบางเทคนิคนั้น ช่างอาจจะมีฝีมือคุณภาพ และเลือกใช้ของที่ดี แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดในการพิจารณาเลือกบริการที่ทำให้คุณพึงพอใจที่สุดได้ วันนี้สถาบัน สอนเพ้นท์เล็บ ACADEMY ขอเสนอสิ่งที่คุณควรพิจารณาในการเลือกบริการทำเล็บ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจได้มากที่สุด ว่าจะต้องพิจารณาอะไรบ้างค่ะ

ขนาดร้าน การตกแต่งร้าน
ร้านทำเล็บโดยส่วนใหญ่มีลูกค้าเป็นกลุ่มผู้หญิงที่รักสวยรักงาม และชื่นชอบการตกแต่งเล็บดังนั้นการตกแต่งหน้าร้านให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ เช่น การตกแต่งร้านให้เป็นโทนสีหวาน ตกแต่งด้วยอุปกรณ์ตกแต่งร้านที่หน้าเข้ากับบรรยากาศเพื่อสร้างความสวยงาม น่าเข้าใช้บริการแก่ลูกค้า และลูกค้าควรเลือกร้านที่มีขนาดเหมาะสมและตกแต่งสวยงามน่าใช้บริการ

คุ้มค่ากับราคาและการให้บริการ
การตกแต่งทำเล็บนั้นมีขั้นตอนหลากหลาย ขึ้นอยู่กับการเลือกของลูกค้าเป็นสำคัญ ดังนั้น หากลูกค้าเลือกการตกแต่งเล็บที่ยุ่งยากและซับซ้อน ราคาก็จะสูงตามความยากง่ายไปด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณภาพของยาทาเล็บและฝีมือของช่างทำเล็บนั้นควรเหมาะสมแก่ราคาที่สูญเสียไป เช่น ต่อเล็บแล้วสามารถอยู่ได้นาน หรือทาเล็บเจลสามารถอยู่ได้นานโดยไม่หลุดลอกง่าย

สถานที่ตั้งเดินทางสะดวก เข้าถึงง่าย
เนื่องจากร้านทำเล็บในกรุงเทพฯ มีแบรนด์หลายแบรนด์มากขึ้น แต่ละร้านต่างมีจุดขายของตัวเอง อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดขายหรือจุดดึงดูดลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยมคือ สาขาที่หลากหลาย หรือเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่ ซึ่งลูกค้าต่างต้องการความสะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก และเดินทางสะดวก

โปรโมชั่น
โดยส่วนใหญ่แล้วร้านทำเล็บจะมีโปรโมชั่นแตกต่างกันไป โดยเฉพาะร้านทำเล็บขนาดใหญ่ที่มีโปรโมชั่นในหลากหลายรูปแบบ เช่น จำหน่ายดีลคูปองเป็นแพคเกจให้ลูกค้าซื้อผ่านเว็บไซต์ต่างๆ หรือทำตามกติกาเกมส์เพื่อรับโปรโมชั่นสุดคุ้ม หรือบัตรสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัลหรือบริการฟรี เป็นต้น โดยลูกค้าควรเลือกร้านทำเล็บที่มีโปรโมชั่นดึงดูด น่าสนใจ และมีคุณภาพ

การบริการหลังการขาย
ในกรณีเกิดข้อผิดพลาดจากทางร้าน เช่น ลายเพ๊นท์หลุดร่อนหลังจากเพิ่งได้รับการบริการไปแบบนี้ทางร้านจะต้องแก้ไขให้ลูกค้าเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของร้าน และกล่าวขออภัยแก่ลูกค้าเนื่องจากอาจเกิดความผิดพลาดของช่างทำเล็บที่ให้บริการไม่เรียบร้อย โดยลูกค้าสามารถสอบถามการบริการหลังการขายจากทางร้านก่อนเลือกเข้ารับบริการ

นอกจากจะเป็นสิ่งที่ลูกค้าควรเลือกในการใช้บริการจากร้านเพ้นท์เล็บแล้ว ก็ยังเป็นสิ่งที่เจ้าของร้านจะต้องใส่ใจและตอบโจทย์ลูกค้าให้ครบทุกด้าน
9
การศึกษา / 3 สิ่งที่คุณต้องบอกกับตัวเองในการควบคุมน้ำหนัก
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2018, 08:09:34 AM »
การลดน้ำหนัก ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของจิตใจเป็นสำคัญ จิตใจที่แข็งแกร่ง จะทำให้สามารถประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้มากกว่าร่างกายที่แข็งแรง ดังนั้น ในการลดน้ำหนัก นอกจากสุขภาพร่างกายของคุณต้องพร้อมแล้ว สุขภาพจิตใจของคุณก็จะต้องพร้อมด้วย
ไม่ว่าคุณจะใช้สูตรลดน้ำหนักใดก็ตาม สิ่งที่คุณต้องทำคือการสะกดจิตตนเองให้จิตใจของคุณมีความพร้อมที่จะรับมือกับช่วงของการลดน้ำหนักอย่างจริงจังนี้ ซึ่งสามารถทำได้ 3 วิธีหลักๆ คือ

ค่อยเป็นค่อยไปก็พอ
แน่นอนว่าคุณอยากจะผอมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มันก็อาจทำให้คุณท้อใจได้ง่าย หรือเลือกใช้วิธีที่ผิด และส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ดังนั้น ต้องบอกกับตัวเองว่าให้ลดแบบค่อยเป็นค่อยไปก็พอ เราจะสามารถลดลงได้ และภูมิใจกับแต่ละก้าวที่ใกล้ความสำเร็จเข้าไปเรื่อยๆ
การลดน้ำหนักอย่างหักโหม อาจทำให้คุณผอมได้อย่างใจในเวลาอันรวดเร็วก็จริง แต่นั่นย่อมส่งผลต่อระบบในร่างกายของคุณแน่นอน ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ และเมื่อคุณกลับมารับประทานเหมือนเดิม น้ำหนักย่อมจะกลับมาอย่างรวดเร็วและเพิ่มมากขึ้นด้วยอย่างแน่นอน เพราะร่างกายจะพยายามกักเก็บสารอาหารและไขมันไว้มากขึ้น คุณจึงควรค่อยๆ ลดปริมาณอาหาร เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสมดุล และออกกำลังกายไปด้วย รับรองว่าถึงจะลดช้า แต่หุ่นดียาวนานแน่นอน

ต้องมีแรงบันดาลใจ
การลดน้ำหนักเป็นช่วงที่คุณจะอ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะร่างกายคุณจะอิดโรยจากการควบคุมอาหาร และคุณจะไม่สดชื่นเพราะอยากทานอะไรก็ต้องห้ามใจ ดังนั้น คุณควรหาแรงบันดาลใจให้ตัวเองในการลดความอ้วน เช่น หารูปดาราหุ่นดีที่คุณชื่นชอบและอยากเป็นเหมือนเขามาแปะไว้หรือวางไว้ทั่วบ้าน หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในการลดน้ำหนักด้วยกัน โดยมีรางวัลสำหรับผู้ชนะ หรือเตรียมรางวัลสำหรับตนเองเมื่อทำสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป็นต้น

ต้องทำให้ได้
ความตั้งใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดน้ำหนัก คุณควรเริ่มต้นจากความตั้งใจจริง ไม่ใช่เพียงนึกว่าถ้าน้ำหนักลงก็คงดี และควบคุมอาหาร เพราะอาจจะทำให้คุณกลับมาทานเหมือนเดิมได้โดยง่าย แต่ถ้าคุณมองเห็นเป้าหมายว่าคุณอยากมีหุ่นอย่างที่ตั้งใจไว้ และอยากมีสุขภาพดี คุณก็ต้องตั้งใจจริงในการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย รวมถึงปรับเปลี่ยนลักษณะนิสัยหลายๆ ด้าน เมื่อคุณมีความตั้งใจจริง ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตประจำวันของคุณจะมีการวางแผนมาอย่างดี ทำให้ไปถึงเป้าหมายโดยง่าย

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมล praya ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี และมีสุขภาพที่ดี ซึ่งผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก Praya by LB ก็มีความปลอดภัย และเป็นตัวเลือกหนึ่งในการควบคุมน้ำหนักของคุณได้
10
ธุรกิจ งาน / เลือกครีมกันแดดอย่างเหมาะสม เพื่อปกป้องผิวสวยของคุณ
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2018, 08:44:22 PM »
การเลือกครีมกันแดดให้ได้ประสิทธิภาพ เป็นวิธีการดูแลผิวหน้าและผิวทั่วเรือนร่างอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญและนับเป็นพื้นฐานในการดูแลผิวของคนเรา เมื่อเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ทั้งหมด การป้องกันตนเองจากแสงแดดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก คุณจึงควรทาครีมกันแดดทุกๆ วัน

เราอาจดูแลตัวเองได้จากการใช้ สบู่หน้าใส ที่มีส่วนผสมจากวิตามินซีและคอลลาเจน เช่น สบู่ส้ม สบู่หน้าใส แต่นั่นก็ไม่เพียงพอในการดูแลผิว และปกป้องผิวได้ทั้งหมด คุณจะต้องทาครีมกันแดดด้วย

ประโยชน์ของครีมกันแดดคือการช่วยปกป้องผิวจากการถูกรังสียูวีทำลาย ทั้งรังสี UVA และ UVB รังสี UVA ทำให้เกิดกระ ฝ้า รอยเหี่ยวย่นก่อนวัย ส่วนรังสี UVB ทำให้ผิวแสบ ไหม้ ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ทำลายโปรตีนพันธุกรรม และอาจเกิดเนื้องอกผิวหนังได้

นอกจากนี้ ครีมกันแดดยังช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งผิวหนัง รวมถึงช่วยป้องกันผิวจากความหมองคล้ำ จุดด่างดำที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย การเลือกซื้อครีมกันแดดจะต้องเลือกอย่างเหมาะสมและถูกต้อง ดังนี้

1. ควรเลือกครีมกันแดดที่ป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ควรเลือก SPF มากกว่า 15 และ PA++ ขึ้นไป ก็เพียงพอ แต่หากคุณต้องออกแดดเสมอ หรือต้องเจอกับแสงแดดประจำ ควรเลือกค่า SPF ให้สูงขึ้น และ PA+++ 
2. ดูที่กิจกรรม ถ้าออกกำลังกลางแจ้ง มีเหงื่อ ว่ายน้ำ ทำงานกลางแดด ต้องใช้ SPF ที่สูงขึ้นและเลือกประเภทที่กันน้ำได้
3. ไม่ควรใช้ในปริมาณที่น้อยจนเกินไป เพราะสารเคมีและสภาพแวดล้อม อาจทำปฏิกิริยาให้คุณภาพของครีมกันแดดที่ทาไว้ลดลงไป
4. ถ้าหากคุณอยู่ในออฟฟิศ หรือในที่ร่ม ทาแค่วันละครั้งก็เพียงพอ แต่หากคุณต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง
5. การทาครีมกันแดดเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ป้องกันแดดได้ 100% คุณจึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดถ้าทำได้ หรือพกร่ม หรือหมวกเพื่อป้องกันแดดด้วย
6. คุณสมบัติของครีมกันแดดนั้นๆ สำคัญต่อการเลือกซื้อมากกว่ายี่ห้อ และราคา ที่สำคัญ ไม่มีสารที่ทำให้คุณแพ้ด้วย จึงต้องดูฉลากให้ดี
7. นอกจากการทาครีมกันแดดแล้ว การทานอาหารที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน เกลือแร่ ในผักทุกชนิด และผลไม้ ก็จะช่วยปกป้องผิวคุณได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงทำให้ผิวสวย ดูสุขภาพดีขึ้นได้ด้วย

เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว ก็อย่าละเลยที่จะทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกครั้งในตอนเช้า และก่อนออกแดด ก็อย่าลืมทาครีมกันแดดทุกครั้งนะคะ เพื่อการปกป้องผิว และป้องกันมะเร็งผิวหนัง
หน้า: [1] 2 3 ... 10

SMF 2.0.4 | SMF © 2011, Simple Machines